|
ในการอ่านดวงที่มีตำแหน่งมาตรฐานนั้น จำเป็นต้องยกตัวอย่างดวงชะตาที่มีตำแนห่งมาตรฐานามาสักดวงหนึ่งเพื่อเป็นจุดมองและการขยายความเข้าใจ
เกิดวันที่ 14 กรกฎาคม 2440 ดวงชะตานี้เป็นดวงชะตาที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จุดที่น่าสนใจมองในดวงนี้มีหลายจุด ผมจะยกการอ่านดาวเสาร์ ๗ ในราศีตุลย์เพื่อให้เข้าใจ

ดาวเสาร์ ๗ ของชะตานี้นั้นป็นเจ้าเรือนอริ ก่อนที่เราจะอ่านว่าอริเป็นเช่นไรนั้น เราต้องขยายความดาวเสาร์ ๗ ให้เกิดความชัดเจนเสียก่อน จึงจะใส่ความหมายอริให้สมบูรณ์ได้ ดาวเสาร์ ๗ ดวงนี้ได้ตำแหน่งมหาอุจจ์ก็เป็นตำแหน่งที่ดาวเสาร์ ๗ แสดงพลังงานมากกว่าปรกติ ซึ่งความหมายของดาวเสาร์ ๗ หมายถึงความอดทน การขัดแย้งศัตรู และความเครียดทุกข์ เมื่อได้ตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์เรื่องเหล่านี้ก็มีมากขึ้น ดาวเสาร์ ๗ เป็นดาวธาตุไฟสุมขอนมาอยู่ที่ราศี ธาตุลม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จากก้อนถ่านเป็นเปลวไฟด้วยความหมายของธาตุลม และการขัดแย้งหรือเสี้ยนศัตรูของดาวเสาร์ ๗ นั้นมาอยู่ที่ราศีธาตุลมต้นธาตุ ก็มักจะเกิดการขัดแย้งกับผู้อื่นด้วยเวลาที่รวดเร็ว และเหตุการณ์ของการขัดแย้งนั้นมักเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อดาเสาร์ ๗ เป็นเจ้าเรือน อริ ก็หมายถึงเป็นปัญหาและอุปสรรคแห่งชีวิต ส่วนตัวผมเองนั้นมักจะไม่ค่อยใช้ความหมายของเรือนอริว่าศัตรู เพราะเรือนอรินั้นผมจะทายว่าเป้นภาวะของปัญหา ผู้ร่วมปัญหา และคำว่าศัตรูนั้น หมายถึงผู้จ้องที่จะคอยทำลายเราอย่างสิ้นเชิง จึงเรียกว่าศัตรู ในความหมายของคำว่าศัตรูนี้ผมจะยกให้ดาวเสาร์ ๗ ทำหน้าที่เด่นชัดกว่าเรือนอริ
ในดวงชะตานี้จะเห็นได้ว่าดาวเสาร์ ๗ มีแรงกล้ามาก จึงมีผู้ไม่พอใจมากและอาฆาตพยาบาทเขาอยู่มาก ทำให้ชีวิตของเขาไม่ราบรื่น ดาวเสาร์ ๗ ดวงนี้อยู่ในเรือนดาวศุกร์ ๖ ซึ่ง เมื่ออ่านรวมกันจะได้ว่าศัตรูเข้ามาเบียดบังความสุขของเขาที่ควรจะได้ควรจะมี ดาวศุกร์ ๖ เป็นเจ้าเรือนสหัชะ ก็หมายถึงเป็นคนในกลุ่มสังคมหรือกลุ่มก้อนเดียวกัน
ความจริงในชีวิตของคนผู้นี้ถูกลอบสังหารถึง 3 ครั้งและรอดได้ทุกครั้ง อันการที่รอดจากการสังหารนี้ด้วยดาวศุกร์ ๖ ที่เป็นดาวที่รับกระแสจากดาวงเสาร์ ๗ นั้น มีตำแหน่งเป็นเกษตร ซึ่งจะเป็นตัวต่อจากการอ่านเพื่อขยายเรื่องต่อเนื่อง
ดาวศุกร์ ๖ เป็นเจ้าเรือนสหัชชะ เป็นดาวธาตุน้ำบ่ออยู่ราศีธาตุดินชั้นที่สอง ซึ่งหมายถึงชีวิตที่ราบรื่นและสงบสุข เมื่อเป็นสหัชชะมาอยู่ในเรือนกรรมะที่เป็นเรือนเกษตรของตนเอง ก็จะหมายถึงว่า หลังจากการขัดแย้งกับศัตรูแล้วชีวิตก็จะสงบลง ปล่อยวางเรื่องการงานได้อย่างสบายใจ
ซึ่งถ้าจะรวมการอ่านความหมายในความนี้ก็จะได้ว่า ในชีวิตของเจ้าชะตานั้น มักจะมีอุปสรรคปัญหามาก มีศัตรูจ้องทำลายมาก ซึ่งก็เป็นคนในกลุ่มก้อนเดียวกัน และมักจะมีเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ชีวิตของเจ้าชะตาเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหลังจากที่มีความรุนแรงและมีปัญหาอย่างหนักขึ้นแล้ว ชีวิตของเจ้าชะตาก็มีความสุขขึ้น ปล่อยวางการงานได้มากขึ้น
และท่านผู้อ่านจะอ่านความหมายใดๆของดาวเสาร์๗ และดาวศุกร์ ๖ ดวงนี้ในแง่มุมต่างๆได้ แต่ให้คิดเสมอว่า เป็นภาวะของของปัญหาที่เกิดขึ้นจากดาวที่มีตำแหน่งมาตรฐานสูง และจบลงด้วยดาวที่มีตำแหน่งมาตรฐานสูงเช่นกัน แต่เป็นการเริ่มจากเสาร์ ๗ ไปสู่ดาวศุกร์ ๖ เริ่มจากความวุ่นวายไปสงบร่มเย็น
ดวงนี้เป็นดวงของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งผมยกมาแค่เรื่องดาวเสาร์ ๗ และดาวจรรอบนอกนั้น ตรงกับวันที่ 16 กันยายน 2500 ซึ่งเป็นวันที่ จอมพล ป. พิบูลสงครามในเย็นวันนั้น พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายทหารรุ่นน้องอีกคนหนึ่งที่ท่านไว้ใจและมอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกให้ กระทำการรัฐประหาร ซึ่งท่านได้หลบหนีไปด้วยรถยนต์ส่วนตัวกับผู้ติดตามเพียง 2 คน ไปอย่างหวุดหวิด โดยผ่านไปทางประเทศกัมพูชา ก่อนจะลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ณ ที่นั่น ท่านและครอบครัวได้รับการต้อนรับอย่างดี ทั้งนี้เพราะทางญี่ปุ่นถือว่าเป็นท่านเป็นผู้ที่บุญคุณต่อญีปุ่น เพราะเป็นผู้ยินยอมให้ทหารญี่ปุ่นผ่านเข้าประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วยดี ไม่ต้องมีการสู้รบยืดเยื้ออันรังแต่จะทำให้มีแต่ความสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งท่านก็ได้พำนักอยู่ที่นั่นจนตราบถึงแก่กรรม ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2507
จะเห็นได้ว่าท่านได้อยู่อย่าสงบสุขในบั้นปลายชีวิต และในวันที่ เกิดการยึดอำนาจนั้น ดาวราหู ๘ ได้ส่งกระแสหนุนแรงดาวเสาร์ ๗ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักใน ความสำเร็จ ของ พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในครั้งนั้น
|