จันทร์, 22 มกราคม 2018
Home
เรื่องธาตุที่ข้าพเจ้ารู้จัก ๖

การฝึกอ่านเรื่องธาตุนั้น จะมีสองส่วนหลัก ซึ่งจะแยกเป็น


๑) วิธีและขั้นตอนการพยากรณ์
๒) การฝึกให้ความหมาย และการออกคำพยากรณ์


ในสองส่วนนี้ ในส่วนแรก จะเข้าใจได้โดยง่าย แต่ส่วนที่สองนั้น ต้องใช้เวลาในการการในการพยากรณ์จริง จึงจะบรรลุผลที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งในส่วนแรกจะแยกแยะลักษณะดาวและธาตุอย่างชัดเจน โดยมีวิธีการเช่นนี้


ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่าดวงดาวแต่ละดวงและความหมายของดวงดาวนั้น ที่เราอ่านตามตำราต่างๆ มิได้เป็นความหมายของดวงดาวเพียงอย่างเดียว แต่กลับผสมธาตุ ของดวงดาวเข้าไปด้วย เราต้องทำการแยกความหมายดาวและธาตุของดาวให้ออกจากกันเสียก่อน
เช่นความหมายของดาวพุธ ๔ เป็นความหมายของการติดต่อสื่อสาร การพูดจา ปฏิภาณ นี่คือความหมายของดาวพุธ ส่วนที่เป็นความหมายของธาตุน้ำของดาวพุธ คือความแปรปรวน ความรวนเรไม่แน่นอน การปรับสภาพได้ง่าย ตรงนี้คือความหมายของธาตุของดาวพุธ ๔ ซึ่งก็คือธาตุน้ำ แต่โดยส่วนใหญ่นั้นเราจะเห็นความหมายของธาตุนี้ในความหมายของดาวพุธ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่ความหมายของดาวพุธ เพียงแต่เป็นลักษณะธาตุที่แสดงผลเท่านั้น เมื่อเราแยกธาตุกับดาวได้แล้วจะมีประโยชน์อะไร ประโยชน์ของการแยกธาตุกับดาวนั้น จะนำมาเป็นส่วนผสมเพื่อแยกเฉพาะ กับธาตุราศี


คือเรานำความหมายของดวงดาวมา เช่น ความหมายของดาวพุธ ๔ ตั้งไว้ และนำความหมายของธาตุน้ำของดาวพุธ ๔ มาตั้งไว้อีก ถ้าหากพุธ ๔ ไปอยู่ราศีธาตุไฟ ก็เอาความหามายของธาตุไฟมารวมด้วย ซึ่งจะได้รูปสูตรการแปรธาตุดั่งนี้
ดาวพุธ ๔ + ธาตุน้ำ +ธาตุไฟ


เมื่อเราได้สูตรมาเสร็จสิ้น การผสมค่าความหมายนั้น ให้นำความหมายของธาตุน้ำ เข้าผสมกับธาตุไฟเสียก่อน โดยมองว่าเราเป็นธาตุน้ำเมื่อธาตุไฟเข้ามาแทรกแซงในความความรู้สึกและการกระทำของเราเราจะเป็นเช่นไร ซึ่งให้เปรียบเทียบกับชีวิต จริงหากเรากำลังนั่งตากลมเย็นๆสบายๆอยู่ซึ่งเป็นลักษณะของความสุข อยู่ดีๆมีโทรศัพท์มาบอกว่าเราถูกให้ออกจากงาน เราจะรู้สึกอย่างไร หรือเรากำลังนั่งอยู่กับครอบครัวอย่างสบายอกสบายใจ อยู่ดีๆลูกเราไปประสบอุบัติเหตุ เราจะรู้สึกอย่างไร
เราก็ต้องรีบร้อนมากขึ้น เร่งตัวเองมากขึ้น จะเรื่อยเฉื่อยอย่างเดิมคงจะไม่ได้ ก็ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันสงบลง เมื่อเราผสมธาตุได้แล้วจึง นำความหมายของดาวพุธ ๔ ที่หมายถึงการติดต่อเจราจาการสื่อสาร เข้ามารวมกับความหมายธาตุที่สังเคราะห์แล้ว


ดาวพุธ ที่เป็นดวงดาวที่เน้นติดต่อสื่อสาร รู้จักในการเจราจาไม่หักหาญน้ำใจผู้อื่น เมื่อมีธาตุไฟซึ่งเร้าร้อนเข้าไปสู่ ก็จะเกิดความกระตือรือร้นมากขึ้น การพูดการจาต่างๆนั้น เต็มไปด้วยการรีบร้อนมากขึ้น แต่ธาตุไฟที่เข้ามาเสริมพลังงานให้กับดาวพุธ ๔ ก็จะทำให้พุธ มีความแข็งแกร่งขึ้นมาในการต้อสู้ฟันฝ่าที่มากขึ้น ไม่ว่าด้วยความคิดหรือคำพูด ซึ่งจะทำให้ดาวพุธ ธาตุไฟนั้นมีความแตกต่างจากดาวพุธ ในความหมายเดิม


การผสมธาตุนั้น ธาตุของดวงดาวกับธาตุของราศีต้องผสมผสานกันก่อน ความหมายของดวงดาวนั้นที่แต่เดิมมีมา ต้องอ่านเข้าหาความหมายของธาตุดาวและธาตุราศีที่ผสมกันแล้ว จึงจะได้ความหมายที่ชัดเจนของดวงดาวในแต่ละราศี เมื่อเราเข้าใจและฝึกความเข้าใจต่อวิธีการไปเรื่อยๆ เราก็จะได้วิธีการพยากรณ์ที่ชัดเจน โดนฃยไม่ต้องพึ่งตำราใดๆอีก


ในการผสมธาตุดาวและธาตุราศีนั้นให้เราเปรียบความหมายของดวงดาวเป็นก้อนธาตุ ธาตุราศีเป็นบ่อ ธาตุ เมื่อก้อนธาตุ ถูกโยนลงไปในบ่อธาตุ กระสาตุของบ่อธาตุนั้นก็จะแทรกซึมสู่ก้อนธาตุ เมื่อเราพยากรณหรือจะจับหลักจากดาวดวงใดก็ตามให้เราผูกจินตนาการของตนเองว่าเราเป็นก้อนธาตุนั้นๆ เมื่อเราเข้าไปสู่บ่อธาตุต่างๆ เราจะรู้สึกร้อน หนาว ผันผวน หรือหน่วงช้า ให้เอาจินตนาการนี้ จากนามธรรมของธุ ไปสู่รูปธรรมนำมาพยากรณ์ สู่ชีวิตของผู้ที่อยู่ใต้กระแสความหมายของดวงดาวและธาตุนั้น

 

เมื่อเราอ่านดาวและอ่านธาตุได้อย่างสมดุลและให้ความหมายได้อย่างถูกต้องแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะเพิ่มค่าตำแหน่งมาตรฐานเข้าไป การเพิ่มค่าตำแหน่งมาตรฐานนี้เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของดาวเข้าไป แต่เมื่อเราจะผสานตำแหน่งมาตรฐานนั้น จะเป็นต้องคิดว่า ตำแหน่งมาตรบานเป็นเพียงพลังงานของดวงดาว ไม่รู้จักคำว่าดีของมนุษย์ ไม่รู้จักคำว่ารวยของมนุษย์ ไม่รู้จักคำว่าจน แต่มันเพียงแผ่พลังงานมากหรือน้อยเท่านั้น ซึ่งเมื่อแผ่พลังงานมาก ความหมายของดวงดาวก็เพิ่มทวี ถ้าแผ่พลังงานน้อยความหมายของดวงดาวก็ลดลงแสดงผลด้วยความหมายดาวน้อยลง


การยึดติดว่าตำแหน่งดาวดีต้องรวยต้องดีนั้น เป็นเพียงกิ่งก้านสาขาของการแสดงผลของตำแหน่งมาตรฐานเท่านั้น บางท่านนั้นมีตำแหน่งดาวไม่ดี แต่พลังงานของดวงดาวทั้งดวงส่งกระแสผลักดันช่วยเหลือกันก็จะมีฐานะขึ้นมาได้ บางคนที่ตำแหน่งดาวดีนั้น หากแต่มีดวงดาวมาทำมุมหักหาญพลังงานลงก็จะทำให้ชีวิตลำบากได้เช่นกัน แต่เราชอบมองถึงว่าตำแหน่งของดวงดาวที่ดีนั้น ต้องดีเลยและต้องดีจริงๆนั้นไม่ใช่ เพราะความอยากให้ดีของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน


ยกตัวอย่างเช่น ชะตาของเด็กคนหนึ่งเกิดมา มีดาว ๓ มีตำแหน่งที่ดี ดาวอังคารนั้นก็ย่อมหมายถึงร่างกายที่แข็งแรง และมีความเข้มแข็งสูง เพราะว่าอังคาร ๓ เป็นกล้ามเนื้อ เป็นเด็กที่กล้ามเนื้อแข็งแกร่งดี เจริญเติบโตดี แต่ความหมายของดาวอังคาร ๓ นั้น บางส่วนออกไปทางนักเลง ก็มักมีเรื่องมีราวที่ต้องใช้อารมณ์และโทสะจนเกิดการขัดแย้ง ตีรันฟันแทงกันเสียโดยมาก ยิ่งถ้าอยู่ในราศีธาตุไฟด้วยแล้วก็ยิ่งหนักหนา แต่ก็เป็นชีวิตที่ต่อสู้ดี


แต่ถ้าหากมีดาวเสาร์ ๗ ทำถึงดาวอังคาร ๓ อยู่ก็มักมีศัตรูเสมอๆ ชีวิตก็จะลำบากยิ่งขึ้น เวลาทำอะไรเพื่อให้ดีก็มักจะมีคนมาขัดให้เกิดความลำบาก ซึ่งก็ตามความหมายของดาวเสาร์ ๗ คือโทษทุกข์ จะบันทอนสิ่งที่อังคาร ๓ ทำมานั้นให้สิ้นสูญ บางคนถึงขั้นติดคุกติดตารางกันก็มี พอเกิดความหมายที่ไม่ดีเข้า โหรฯหลายท่านที่ให้ความหมายของดาวที่มีตำแหน่งว่าดี เป็นตำแหน่งโดด ไม่อ่านกระแสดาวดวงอื่นร่วม ก็มักคิดว่าที่ไม่ดีนี้ อาจจะเกิดจาก ดวงดาวเหล่านี้มีตำแหน่งไม่บริสุทธิ์ จึงไปพิสูจณ์ ตรียางค์ นวางค์กันใหญ่ ว่าเป็นเพราะองศานั้นยังไม่เข้าอุจจ์แท้บ้าง องศานั้นยังไม่เข้าเกษตรแท้บาง องศาเป็นประเสื่อมบ้าง แต่หากแต่ถ้ามองกันดีๆนั้น ดาวอังคาร ๓ ที่มีพลังงานนี้แหล่ะก็เป็นตัวร่วมก่อเรื่องอยู่ คือวิสัยของการไม่ยอมของอังคารนั่นเอง เมื่ออังคาร๓ ไม่ยอมเวลามีปัญหาจึงตอบโต้ปัญหาอย่างเต็มที่ ดาวเสาร์ ๗ เป็นศัตรูห่ำหันและเป็นดาวอาฆาต เมื่อเสาร์ ๗ อาจจะแพ้ไปในวาระแรก แต่ความเจ็บช้ำน้ำใจนั้นก็จะทำให้กลับมาหวนตีอีกในยามที่อังคาร ๓ โดนดาวจรตัวอื่นรุมทำร้าย เมื่อเสาร์ ๗ ลงมืออีกคราหนึ่งอังคาร ๓ จึงแพ้


ถ้าคิดเช่นนี้ได้ก็จะเข้าใจว่า ตำแหน่งมาตรฐานนั้น มิใช่ว่าจะยอดเยี่ยมเกินไปนัก ไม่ใช่ว่าเมื่อได้ดาว เป็นเกษตรก็ต้องรวยและดี จะเป็นการยึดถือพลังงานด้านเดียว โดยไม่ได้ดูดพลังงานโดยรอบ ซึ่งจะทำให้ตำแหน่งเกษตร หรืออุจจ์หรือตำแหน่งอื่นๆที่ดีๆนั้น มีพลังงานบิดเบือนไปด้วยความหมายของดวงดาวที่กระทบ จึงทำให้ตำแหน่งดาวเกษตรบางครั้งไม่ส่งพลังงาน ตำแหน่งอุจจ์บางครั้งไม่ได้ดีตามตำแหน่ง และความหมายดาวนั้นๆ


แต่หลักการอ่านระบบธาตุและมุมดาวนั้น เป็นสิ่งที่ฝึกได้อยากกว่า การฝึกคำนวณดวงนวางค์ และหลายๆครั้ง การคำนวณดวงนวางค์นั้น ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าตำแหน่งดาวดวงนี้ดีไม่ดี ต้องไปเอาเกณฑ์ต่างๆมาดู และเอาทักษาประกอบการอ่านอีกเช่นกัน ต้องถามว่าถ้าวิชาที่ว่าด้วยการคำนวณและการพยากรณ์ดวงนวางค์มีผลเด่นชัด ทำไมต้องเอาวิชาอื่นๆนั้นมาช่วยในการพยากรณ์ ยามที่วิชาที่ว่าด้วยดวงนวางค์ถึงจุดตัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากการเข้าใจตำแหน่งมาตรฐานผิดเพี๊ยนไปจากหลักเกณฑ์พลังงานนั่นเอง ฉะนั้นผู้ที่ใช้ตำแหน่งมาตรฐานลองลดละเลิกคำว่ารวยและจน ดีหรือไม่ดีดูก่อนและใช้เป็นค่าแสดงพลังงานแทน ท่านจะพยากรณ์ได้ดีมากกว่าที่ท่านอ่านดวงอยู่ในปัจจุบัน


เมื่อกล่าวถึงดวงนวางค์แล้วจึงขอกล่าวต่อว่า โหรฯไทยในอดีตนั้นจะใช้นวางค์ในนามดาวเจ้าบาทฤกษ์ เอามาช่วยในการคำนวณฤกษ์ ดูการตัดผลของค่าพลังงาน ซึ่งการวางฤกษ์นั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานของดาวเดี่ยวอย่างบริสุทธิ์ หรืออย่างน้อยต้องอาศัยดาวดู่เพื่อเป็นจุดมองพลังงานในการบังคับการแสดงผลของฤกษ์ ซึ่งในหลักการดูบาทฤกษ์นี้ จะใช้กับ ดาวอาทิตย์ ดาวจันทร์ และดาวเจ้าการฤกษ์ แต่มิได้มีการคำนวนลงไปในดวงนวางค์ซึ่งป็นดวงต่างหากอีกดวงหนึ่ง


และในบางตำรานั้น มีการคำนวณ ฤกษ์และบาทฤกษ์ของอาทิตย์และจันทร์ ซึ่งเป็นดาวที่ให้พลังงานแก่โลก และโคจรไปที่ละบาทฤกษ์ เพื่อหาค่าการฉายแสงของดาวอาทิตย์ในแต่ละปีโดยเปรียบเทียบ และการดูดซับพลังงานของจันทร์ในแต่ละปีโดยเปรียบเทียบ ที่เรียกว่าอินทภาษบาทจันทร์ นั้นก็ไม่มีการคำนวณหารูปดวงใหม่ที่เรียกว่าดวงนวางค์เช่นกัน ซึ่งบทของบาทฤกษ์แต่ละฤกษ์นั้น มีการขับพลังงานอยู่ในระบบธาตุ ซึ่งถูกซ่อนอยู่ในวิชาวางฤกษ์ของโหราศาสตร์ไทย ที่ไม่มีเขียนในตำราเป็นเพียงบอกเปล่าบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น แม้แต่การถอดรูปดวงใหม่ของสิบลัคณาก็มิได้ใช้ดวงนวางค์แต่อย่างใด และนวางค์ในสิบลัคณ์นั้น เขาเน้นเอามาพยากรณ์รูปร่างหน้าตา บางบทเท่านั้น มิได้ถอดออกมาเป็นรูปดวงนวางค์อีกเช่นกัน แต่ในช่วงหลังมีหลายท่านเอาไปดัดแปลงลงนวางค์ ซึ่งก็ไม่ได้รับการยอมรับในเหล่าศิษย์อมตะพยากรณ์(สิบลัคณา)


กลับมาที่เรื่องตำแหน่งมาตรฐานต่อ เมื่อท่านได้ทราบเรื่องของความหมายของตำแหน่งมาตรฐานไปแล้วและคงหายแคลงใจในดวงนวางค์ ที่นักโหราศาสตร์ไทยหลายๆคนหลงทางกันอยู่ก็หันมาใส่ตำแหน่งดาวลงในการพยากรณ์ของท่านได้แล้วพรุ่งนี้จะมาเขียนในกรณีการเน้นอ่านตำแหน่งดาวกับการพยากรณ์ดวงด้วยระบบธาตุกันต่อ

 

 

 

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.