จันทร์, 22 มกราคม 2018
Home
ทักษามหาภูติ โดยนายหนูพเนจร ๔

วันนั้น หลังจากพระฉันเช้าเสร็จแล้ว   นายหนูตั้งใจจะออกไปดำเนินอาชีพตามที่เคยปฏิบัติ แต่ท่านแคล้วแนะนำให้รู้จักกับแขกที่ดูเหมือนจะมีความสำคัญกับท่าน เป็นข้าราชการบำนาญ มีบรรดาศักดิ์เป็นขุน เป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องโหราศาสตร์ดีผู้หนึ่ง และได้มาสังสรรค์สนทนากับท่านแคล้วเป็นประจำ   นอกจากท่านขุนก็มีสุภาพสตรีท่าทางภูมิฐาน วัยประมาณ 40 เศษอีกผู้หนึ่ง

 

        “โยมหนูนี่ต้องถือว่า เป็นครูสอนวิชาพยากรณ์ให้แก่อาตมาคนหนึ่ง”   ท่านแคล้วแนะนำกับท่านขุนและสุภาพสตรีที่มาหา

 

        “อ้อ ดี เล่นทางไหนล่ะ”   ท่านขุนปฏิสันถารด้วยท่าทางเหมือนกับผู้ใหญ่พูดกับเด็ก เพราะวัดเอาจากลักษณะการแต่งกายแล้ว เห็นได้ว่าคงไม่ใช่คนมีฐานะสำคัญอะไรนัก

 

        “กระผมใช้หลักทักษา – มหาภูติขอรับ”   นายหนูตอบอ่อนน้อม

 

        “เออ ชื่อแปลกดีนี่   ไม่เคยได้ยิน   มันเป็นยังไงไอ้มหาภูตินี่น่ะ" ท่านขุนซัก ทำท่าสนใจ

 

        “เป็นดวงคล้ายๆ ทักษานะ โยม   ใช้ตั้งขึ้นจากวันเกิด”   ท่านแคล้วรับหน้าที่เป็นผู้อธิบาย   “ใช้ทายได้เด็ดขาดชัดเจนดีไม่เลวทีเดียว”   หันมาทางสุภาพสตรีที่นั่งพับเพียบฟังอย่างสงบอยู่อีกด้านหนึ่ง   “ถ้าวันนี้โยมมีเรื่องจะให้ตรวจดวงชะตาละก็นับว่าโชคดีเจียวละ เพราะมีผู้มีความรู้ชำนาญชั้นครูแต่ละสาขาอยู่กันพร้อมหน้า”

 

        “เป็นบุญของดิฉันเจ้าค่ะ”   สตรีผู้นั้นยกมือประนมพูดด้วยอาการยิ้มแย้มแสดงความยินดี   “วันนี้ก็ตั้งใจจะมาขอความอนุเคราะห์จากท่านค่ะ อยากให้ช่วยตรวจดวงของคุณผู้ชายให้หน่อย”   พูดจบก็จัดแจงเปิดกระเป๋าหยิบดวงชะตาที่ผูกไว้เรียบร้อยแล้วส่งไปถวาย   ท่านแคล้วหยิบดวงขึ้นมาพิจารณาครู่หนึ่งก็ส่งให้ท่านขุน ซึ่งรับมาส่งต่อให้นายหนูโดยไม่ได้ดู   “หมอเอาหน่อยซิ”

 

        “ไม่ละครับ” นายหนูประนมมือบอกปฏิเสธ

 

        “ไม่ก็ไปบวชซะ”   คำตอบของนายหนูทำให้เจ้าแก้วนึกถึงคำของเจ้าพ่อค้าขายผ้า แล้วอดสอดไม่ได้

 

สายตาของทุกคนในกุฏิหันมาทางเจ้าแก้วอย่างไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ

 

        “มันเรื่องอะไรกันเจ้าแก้ว” ท่านแคล้วถามขึ้น

 

เจ้าแก้วทำหน้าที่บรรยายเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างถี่ถ้วน ทำเอาทุกคนอดหัวเราะเพราะนึกขำไม่ได้

 

        “เมื่อเช้านี้อยากให้หลวงอาได้เห็นกับตาเหลือเกิน”   เจ้าแก้วเล่าต่อเพราะรู้สึกขัดๆ นัยน์ตา ที่ท่านขุนวางท่าทำเป็นเจ้านายใหญ่โตเหมือนจะข่มนายหนูคนที่ตัวศรัทธานับถือ จึงเอาเรื่องที่เกิดขึ้นมาข่มสำทับท่านขุนเล่น   “พอเจ้าคนขายผ้านั่นรู้ว่าลุงหนูดูชะตาได้ มันสนใจขอร้องให้ช่วยดูให้เพราะการค้าของมันไม่ดี พอรู้วันเดือนปี ลุงหนูก็บอกมันว่า ถ้าจะค้าขายให้ถูกดวงชะตาต้องขายยา   มันตื่นเต้นใหญ่บอกว่า พ่อมันเป็นหมอแผนโบราณอยากให้มันมีอาชีพเป็นหมอหรือขายยาอยู่เหมือนกัน   ยอดก็ตรงที่ลุงหนูทายโดยไม่ต้องลงเลขผานาทีเลย แล้วทายได้แม่นยังกับจับวางเสียด้วย”

 

พอเจ้าแก้วเล่าจบ สายตาทุกคู่ก็เบนมาที่นายหนู   ท่านขุนยื่นดวงไปให้อีก   “เอาหน่อยน่า”   ท่านขุนคะยั้นคะยอ

 

         “กระผมยังไม่บวชหรอกครับ   เชิญท่านขุนเถิด   วิธีการของผมต้องการเพียงวันเดือนปีเกิดเท่านั้น”   นายหนูบอก

 

ท่านขุนวางดวงชะตาลงกับพื้นตรงหน้า เพื่อให้ท่านแคล้วได้เห็นด้วย

Noo01

 

นายหนูหยิบกระดานชนวนคู่มือพร้อมด้วยดินสอหินออกมาจากกระเป๋า   ชะโงกดูวันเดือนปีจากแผ่นดวงชะตาแล้วลากเส้นปราดๆ ตามที่ถนัด

Noo02

               

        “ปีนี้ อายุตกภูมิอาทิตย์”   นายหนูบอกหลังจากที่เขียนทักษา – มหาภูติเสร็จ

 

        “เอ๊ะ ทำไมเร็วนักล่ะ”   ท่านขุนคิดอายุนับทบทวน แล้วท้วงว่า   “จะไม่ถูกกระมัง หมอ เขาเกิดวันจันทร์ อายุย่าง ๔๕ เอา ๙ หารลงตัวพอดี   ไม่ตกภูมิกลางหรอกรึ”

 

        “นับตามแบบของกระผม ไม่ผิดหรอกครับ เพราะแบบของกระผมไม่มีภูมิกลาง”   นายหนูอธิบาย

 

        “เออ แปลกดี”   ท่านขุนอุทาน   “ว่าไปตามแบบของหมอก็แล้วกัน”

 

        “ชะตาปีนี้มีเคราะห์เรื่องเงินๆทองๆ ถ้าลงทุนค้าขายจะไม่ค่อยได้ผล เพราะจะมีอุปสรรค ถ้าทำราชการหรือเป็นลูกจ้างต้องคอยระวังจะมีเรื่องผิดใจกับนาย”   นายหนูออกคำพยากรณ์อย่างไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก

 

         “เป็นหมอวางยาเลย ไม่ซักถามให้รู้อาการวิเคราะห์สมุฏฐานของโรคเสียก่อน ไม่กลัววางยาผิดรึหมอ” ท่านขุนท้วงติงให้สติ เมื่อเห็นนายหนูทายโผงผางไม่พูดพล่ามทำเพลง

 

         “สมุฏฐานอาการโรคมักบอกอยู่ในตัวเลขแล้วขอรับ”   นายหนูเอาดินสอหินชี้กราดไปบนกระดานชนวน หันมาถามสตรีผู้นั้นว่า   “คุณผู้ชายมีเรื่องอะไรทำนองนี้หรือเปล่าล่ะครับ”

 

         “ค่ะ กำลังมีอยู่ เป็นเรื่องอิจฉาริษยากัน คือมีคนไปฟ้องเจ้านาย ดูท่านก็จะเชื่อเสียด้วย จึงอยากให้ดูว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป จะมีอะไรร้ายแรงไหม”

 

         “เล่าความเป็นมาให้ละเอียดหน่อยซิ จะได้ตรวจให้ถูกจุด”   ท่านขุนซักต่อ

 

         “เรื่องมันก็เกี่ยวกับลงทุนเหมือนกันแหละค่ะ คือคุณเป็นข้าราชการ แต่ก็มีงานพิเศษเข้าหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดบริษัทด้วย มีคนเขียนบัตรสนเท่ห์ฟ้องว่าคุณใช้อำนาจหน้าที่เป็นประโยชน์แก่ตัวเองและกีดกันคนอื่นที่ไม่ใช่พวกพ้อง ผู้ใหญ่ก็สนใจด้วย ได้ข่าวว่าจะตั้งกรรมการสอบสวนค่ะ”

 

        “ตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้วละคุณ ดาวมันพ้นราศีโทษไปแล้ว”   ท่านขุนชี้ที่ดาวพฤหัสจร   “ดาวพฤหัสเพิ่งยกไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็เท่ากับกัมมะพ้นเรือนกาลกิณีไป”

 

        “พฤหัสยกพ้นเรือนเสาร์ แต่ก็ไปเจอเสาร์เดิมเข้าอีก จะไม่เสียหรือโยม” ท่านแคล้วแย้ง

 

        “ก็ไม่ดีเหมือนกัน แต่คงไม่หนักหนาอะไรหรอก เพราะตัวเสาร์กาลีจรอยู่เรือนศรี ทำให้พิษสงอ่อนลงไป”   ท่านขุนอธิบาย

 

ท่านแคล้วจ้องดูที่ดวงไม่วางตา   “ว่ากันถึงเสาร์เป็นกาลกิณี เสาร์เดิมอยู่เรือนราหูภพศุภะ เกิดขัดกับผู้ใหญ่ก็เข้าเค้าอยู่   เสาร์จรก็ยังทับราหูเดิมซ้ำอีก   อาตมาเกรงว่าเรื่องยุ่งยากจากทางผู้ใหญ่จะไม่จบลงง่ายๆ ไอ้เรื่องขุ่นข้องหมองใจกันน่ะ มันต้องมีอยู่ แต่ก็จะไม่ถึงกับเป็นโทษร้ายแรงอะไร เพราะกาลกิณีจรซึ่งเป็นตัวโทษสำคัญหย่อนพิษสง”  

 

ท่านขุนย้ำหนักแน่นมั่นใจ   “แล้วดาวศุภะกับดาวกัมมะก็สลับเรือนกันอยู่ มันเป็นตัวยืดหยุ่นทำให้ไม่ถึงกับแตกหัก”

 

        “โยมหนูล่ะ เห็นเป็นยังไง”   ท่านแคล้วหันมาถามนายหนู ซึ่งนั่งฟังการปุจฉาวิสัชนากันอยู่โดยไม่แสดงความคิดเห็น

 

        “กระผมเห็นด้วยกับท่านขุนว่า มันจะไม่มีโทษร้ายแรงถึงแตกหัก คือไม่ถึงกับถูกออกจากราชการ แต่คุณผู้ชายจะต้องถูกย้ายแน่ขอรับ”   ตอนท้ายนายหนูเน้นเสียงแสดงความมั่นใจ   “กระผมเกรงว่าเรื่องมันจะมาลำบากตรงงานที่ลงทุนไว้ จะคาราคาซังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะทุนหายกำไรหดน่ะซิครับ”

 

คำตอบของนายหนูทำให้สีหน้าของคุณนายเปลี่ยนแปลงบอกถึงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด   “ถ้าคุณถูกย้ายละก็เห็นจะลำบากแน่ค่ะ เพราะลงทุนไปมาก และงานก็ยังค้างอยู่   ถ้าคุณไม่อยู่ คนที่เขาไม่ชอบก็คงจะได้โอกาสแกล้งให้เสียหาย”   เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อนึกถึงภาพที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า

 

        “โยมขุนว่า ดาวกัมมะกับดาวศุภะจรสลับเรือนกัน จะหมายถึง การโยกย้ายเปลี่ยนตำแหน่งหรือเปลี่ยนนายใหม่ได้ไหม”   ท่านแคล้วหันมาถามท่านขุน

 

       “ก็มีทางที่จะเป็นไปได้”   ท่านขุนพยักหน้าคล้อยตาม

 

       “มีทางจะแก้ไขอย่างไรได้บ้างไหมคะ”

 

ท่านขุนกับท่านแคล้วต่างก้มหน้าก้มตาเพื่อหาคำตอบอยู่นาน จนนายหนูกระสับกระส่ายเหมือนรู้สึกไม่ทันใจ ตัดบทเสียก่อนว่า

 

        “ผมว่าคุณนายหันมาคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นเมื่อถูกย้ายดีกว่าครับ ว่าจะมีทางยักย้ายถ่ายเทให้เสียหายน้อยได้อย่างไรบ้าง เพราะเชื่อว่าต้องถูกย้ายแน่ และคงไม่เกินเดือน 6 นี้ อย่าไปคิดแก้ไม่ให้ต้องถูกย้ายเลย เสียเวลาเปล่าๆ”

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

(จาก หนังสือ ดวง รายเดือน  ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๔ ประจำเดือน เมษายน ๒๕๑๙)

 

Your are currently browsing this site with Internet Explorer 6 (IE6).

Your current web browser must be updated to version 7 of Internet Explorer (IE7) to take advantage of all of template's capabilities.

Why should I upgrade to Internet Explorer 7? Microsoft has redesigned Internet Explorer from the ground up, with better security, new capabilities, and a whole new interface. Many changes resulted from the feedback of millions of users who tested prerelease versions of the new browser. The most compelling reason to upgrade is the improved security. The Internet of today is not the Internet of five years ago. There are dangers that simply didn't exist back in 2001, when Internet Explorer 6 was released to the world. Internet Explorer 7 makes surfing the web fundamentally safer by offering greater protection against viruses, spyware, and other online risks.

Get free downloads for Internet Explorer 7, including recommended updates as they become available. To download Internet Explorer 7 in the language of your choice, please visit the Internet Explorer 7 worldwide page.